ทรีตเมนท์ > Botox
เป็นสารโบทูลินั่มท๊อกซินบริสุทธิ โดยการฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อที่ต้องการลดริ้วรอย ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถใช้ลดริ้วรอยเล็กๆ และริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า Botox  ใช้ลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ตีนกา  รอยขมวดคิ้ว ใช้ในการลดขนาดกล้ามเนื้อทำให้ ใบหน้าเล็กลง  ลดน่อง และใช้ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ได้ด้วย

 

(กรณีลดเหงื่อ Botox จะช่วยในการผลิตเหงื่อ โดยการยับยั้งการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ Sympathetic ที่ควบคุมต่อมเหงื่อ ทำให้ผลิตต่อมเหงื่อลดลง ทำให้กลิ่นเหงื่อลดลงด้วย)

 

  • Botox Lift   กระชับใบหน้า
  • Meso Botox  ยกกระชับ ลดริ้วรอยทั่วใบหน้ารวมถึงลำคอ ให้ดูอ่อนวัย
  • V – Shape    หน้าเรียวเล็ก สไตล์เกาหลี
  • ปีกจมูก
  • หน้าผาก
  • หางตา
  • หว่างคิ้ว
  • Botox รักแร้
  • Botox น่อง


Botox คืออะไร ? 
Botox เป็นสารโปรตีนบริสุทธิ์ ชื่อเต็มๆ ว่า Botulinin Toxin   ซึ่งสกัดจากโปรตีน Clostridium Botulinum ( Type A ) ที่ฮิตติดอันดับหนึ่ง ของวงการความงามที่ทั่วโลกนั่นเพราะ Botox มีประสิทธิภาพคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณ โดย Botox ใช้รักษาริ้วรอยที่เกิดจากกล้ามเนื้อ คือเมื่อกล้ามเนื้อเราหดเกร็งและเป็นอยู่แบบนั้นบ่อยๆ เข้า มันก็จะเกิดรอยย่น เรา ก็ใช้ Botox มาเป็นตัวรักษา ซึ่งจะเป็นการฉีดเพื่อไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อที่เกิดรอยย่นนั้นทำงานน้อยลง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่ทำงานมากเกินไป เช่น รอยขมวดคิ้ว ซึ่งบางคนเป็นเหมือนนิสัยไปแล้วว่าเครียดนิดเครียดหน่อยก็ขมวดคิ้ว ซึ่งก็จะทำให้หัวคิ้วเกิดรอยย่นได้

 

โดยส่วนใหญ่ในการฉีด Botox ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากที่ฉีดไปแล้วประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วก็จะยังคงสามารถอยู่สภาพนั้นได้ประมาณ 6 -8 เดือน ซึ่งถ้าฉีดโดยแพทย์ที่ชำนาญโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อย และการฉีด Botox ในการปรับแต่งรูปหน้าต้องใช้ศิลป์ มุมมองและองศา เพื่อให้ดึงความโดดเด่นของแต่ละคนออกมา ซึ่งแต่ละคนก็จะมีจุดโดดเด่นที่ต่างกัน ซึ่งฝีมือของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 

 

"จันทรัตน์คลินิก" ใช้ Botox ยี่ห้อไหน ?
1.Botulinum toxin type A ยี่ห้อ Allergan USA ผ่าน อย ไทย ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลกว่ายี่ห้อนี้ดีที่สุด อยู่ได้นาน 6 - 12 เดือน ปลอดภัย ฉีดแล้วสวยและเป็นธรรมชาติมากกว่ายี่ห้ออื่น
2.Botulinum toxin type A ยี่ห้อ Neuronox เกาหลี ซึ่งผ่าน อย ไทยเช่่นกัน

Botox อเมริกา
(Allergan)
Botox เกาหลี
(Neuronox)

 

 

Botox ดูแลได้ส่วนไหนได้บ้าง ?

  • หน้าผาก รอยย่นบริเวณนี้มักเกิดจากการที่เรายักคิ้วขึ้น การฉีดจะต้องฉีดหลายจุด คือเห็นรอยตรงไหนก็ฉีดที่ตรงนั้นเลย ตรงนี้เป็นจุดที่ฉีดแล้วผลการรักษามักจะอยู่ได้ยาวนานกว่าส่วนอื่นๆ อาจจะประมาณ 8 เดือน เพราะในชีวิตประจำวันเราไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อตรงนี้มากนัก

  • หว่างคิ้ว ฉีดเพื่อลดรอยย่นของคนที่ชอบขมวดคิ้ว เช่นคนที่เครียดนิดหน่อยก็ขมวดคิ้ว ก็จะเกิดริ้วรอยที่บริเวณนี้ได้ง่ายการฉีดจะประมาณ 3-5 จุด เมื่อฉีดหว่างคิ้วมันจะทำให้คิ้วมีการยกตัวขึ้น ชั้นของหนังตาจึงถูกดึงขึ้นมาด้วย

  • ยกคิ้ว ยกหางตา  การฉีดยกคิ้วช่วยแก้ไขปัญหาของหลาย ๆ คนที่ คิ้วตก หางตาตก ทำให้ดวงตาและใบหน้าไม่สดใส ดูเศร้าหมองตลอดเวลา อีกทั้งยังช่วยให้หางคิ้ว หางตาดูเฉียวทันสมัย ภาพลักษณ์มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น
  • ตีนกา เวลาฉีดหมอจะให้คนไข้ยิ้ม แล้วพอเห็นรอยตีนกาตรงไหนเราก็ฉีดไปตรงนั้น ส่วนใหญ่ก็บริเวณหางตา ซึ่งบริเวณนี้ถ้ามีริ้วรอยมากจะดูแก่ขึ้นทันที แต่หากแก้ไขริ้วรอยเหล่านี้ไป ใบหน้าคุณจะดูอ่อนเยาว์ลง 3 -5  ปี เลยทีเดียว
  • ข้างจมูก ปีกจมูก สำหรับคนที่ปีกจมูกบานก็สามารถฉีดเพื่อให้ปีกจมูกลดลงได้ เพราะโดยหลักการแล้วการที่ปีกจมูกเราบานเป็น เพราะกล้ามเนื้อบริเวณนั้นมีการหดขยาย ซึ่งอาจจะดึงทำให้ปีกจมูกยกขึ้นและจมูกดูใหญ่ พอเราฉีดปีกจมูกกล้ามเนื้อนั้นทำงานน้อยลง มันก็จะไม่ยก ปีกจึงดูจมูกเล็ก โดยการฉีดเราจะฉีดข้างละ 1 จุด

  • หน้าเรียว V-Shape ใบหน้าดูเรียวเล็กสไตล์เกาหลี ฉีดข้างละประมาณ 5 จุด มีสองอย่างคือคนที่กรามใหญ่ เราก็ไปฉีดตรงกรามเพื่อลดกล้ามเนื้อตรงส่วนนั้นให้เล็กลง รูปหน้าก็จะเรียวขึ้น ใบหน้าบริเวณขากรรไกรเรียวขึ้น ในการทำหมอจะให้คนไข้กัดฟัน แล้วกล้ามเนื้อบริเวณกรามก็จะขึ้นมาให้เห็นชัดเจน เราก็จะฉีดไปที่บริเวณนั้น
  • ยกแก้ม Botox Lift จะเป็นการยกกระชับบริเวณแก้ม สำหรับคนแก้มหย่อยคล้อย และเนื้อบริเวณแก้มตกลงมา เราจะมีการยกแก้มขึ้นโดยจะเก็บตั้งแต่แก้มล่าง แก้มบนให้ตกขึ้นไม่ดูหย่อนคล้อย
  • คอ ฉีดข้างละประมาณ 5-10 จุด ซึ่งจะฉีดเท่าไหร่หมอจะเป็นผู้พิจารณา ที่เข้ามาฉีด Botox ที่คอมักจะเริ่มที่คอเป็นชั้นๆ ริ้วๆ และมีรอยเหี่ยวย่นที่คอ หมอก็จะให้คนไข้กัดฟันเพื่อให้เห็นลำของกล้ามเนื้อ แล้วก็ฉีดไปตามแนวรอยที่ขึ้น
  • ยกกระชับทั่วทั้งใบหน้า Meso Botox  เป็นการฉีดเก็บใบหน้าลดความเหี่ยวย่น ทั่วทั้งใบหน้าตั้งแต่หน้าผาก หางตา หว่างคิ้ว ยกแก้ม รวมไปถึงลำคอ โดยใช้ศาสตร์และศิลป์ มากพอสมควร จะปรับแต่งให้ใบหน้าดูดีขึ้น ดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็งมากไป ให้ดูสวยแบบธรรมชาติมากที่สุด
  • รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า (ลดเหงื่อ) ฉีดประมาณ 20 จุด ใช้สำหรับคนที่มีปัญหามีเหงื่อออกเยอะ และเกิดจากความผิดปกติของต่อมเหงื่อ ซึ่งจะฉีดแค่ตื้นๆ ไม่ลึกเหมือนการฉีดริ้วรอย เป็นการฉีดเพื่อลดการทำงานของต่อมเหงื่อ เพื่อไม่ให้ผลิตเหงื่อออกไปมาก
  • น่อง ฉีดให้กับคนที่น่องโต ซึ่งการโตจะมี 2 ประเภท คือ โตเพราะอ้วน กับโตเพราะกล้ามเนื้อ การฉีดฺBotox จะทำในกรณีที่โตเพราะกล้ามเนื้อ ซึ่งจะเห็นกล้ามเนื้อขึ้นมาเป็นมัดๆ ในการฉีดลดน่องอาจต้องมาฉีดหลายครั้งหน่อย อาจจะ 3 เดือนมาฉีดสักครั้งหนึ่ง เพราะเราต้องเดินทุกวัน กล้ามเนื้อส่วนนี้ก็ต้องทำงานทั้งวันทุกวัน โดยเฉพาะสาวที่ใส่ส้นสูงยิ่งต้องใช้มาก

 


การฉีด Botox ดีอย่างไร ?

  • เป็นสารที่ปลอดภัย เพราะสามารถสลายไปเองด้วยร่างกายของเราทั้งหมด ไม่ตกค้าง
  • ใช้เวลาในการฉีดเพียง 5 – 10 นาทีเท่านั้น ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น และสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ
  • ไม่ต้องพบกับข้อเสียจากการผ่าตัด เช่น บวม, ปวดแผล, มีแผลเป็น หรือ ข้อแทรกซ้อนอื่นๆ ที่รุนแรง
  • ใช้ยาปริมาณเพียงเล็กน้อยในการฉีด และใช้เข็มที่มีขนาดเล็กที่สุดในการฉีด ซึ่งจะรู้สึกเหมือนมดกัดเท่านั้น
  • เห็นผลเร็ว เพียงไม่กี่วันคุณจะรู้สึกได้ว่า ริ้วรอย หายไป
  • ใช้ได้ผลดีเท่าๆ กัน ทั้ง ผู้หญิง และ ผู้ชาย
  • สามารถนำไปใช้ร่วมกับ ร้อยไหม คอลลาเจน ฟิลเลอร์ หรือ เลเซอร์ ได้

 

 

ใครบ้างที่ห้ามการฉีด Botox ?

  • มีปัญหาแพ้ Botox หรือ โปรตีน Albumin
  • ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร
  • มีความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้ออยู่แล้ว เช่น มัยแอสทีเนีย Myasthenia Gravis หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอื่น 
  • เลือดออกง่ายผิดปกติ
  • คนที่รับประทานยาบางตัวมีผลต่อ Botox  เช่น ยากลุ่มยาแอนติไบโอติกส์ ควินิน

 

 

ก่อนฉีด Botox ควรปฏิบัติตัวเองอย่างไร ?

  • สอบถามข้อมูลจากแพทย์ เพื่อความเข้าใจอย่างถูกต้อง
  • ปฎิบัติกิจวัตรประจำวันตามปกติ ทำจิตใจให้สบาย
  • ไม่ รับประทานยาแก้ปวดจำพวกแอสไพรินหรือยากลุ่ม NSAID, ยาขยายหลอดเลือดหรือยาป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ก่อนได้รับการฉีด 7 วัน เพื่อป้องกันเลือดออก
  • เช็ดเครื่องสำอางออก ล้างหน้าให้สะอาด
  • ประคบด้วยความเย็นบริเวณที่จะฉีดเพื่อลดอาการปวด

 


หลังจากฉีด Botox ควรดูแลตัวเองอย่างไร ?

  • ภายหลังฉีด ควรอยู่ในท่านั่ง หรือยืนประมาณ 4 ชม. เพื่อกันการไหลของยาไปที่อื่น
  • ใช้กล้ามเนื้อ คือ ขมวดคิ้วบ่อยๆ ให้ยาจับกับตัวรับดีๆ
  • อาจมีจ้ำเลือดเล็กๆ ไม่ต้องทำอะไร
  • ไม่ควรอบซาวน่า, การทำเลเซอร์ หรือ การให้หน้าโดนความร้อน 1 สัปดาห์ ไม่งั้น Botox จะสลายก่อนจะออกฤทธิ์เต็มที่ เสียดายของนะจะบอกให้
  • ห้ามนวดหน้าแรงๆ หรือ ทำทรีตเม้นท์ด้วยเครื่องที่เกี่ยวกับการผลักยา 2 สัปดาห์ เพราะอาจจะผลักBotox ให้ลงไปลึกเกินกว่าที่ต้องการ ทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้ เช่น หนังตาตก เป็นต้น
  • ใช้เครื่องสำอางค์ได้ตามปกติ
  • อาจมีอาการตึงหนักหน้าใน 3 - 4 วัน เป็นปกติ ไม่ต้องกังวล หายไปใน 1 - 2 สัปดาห์ ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 5 วัน เต็มที่ใน 2 - 4 สัปดาห์